หน้าแรก  | ดนตรียิ้มละไม | สวนสนุกดนตรี | ศิลปะยิ้มละไม | เกมสร้างสรรค์ | เล่นเพื่อสร้างสรรค์และการเปลี่ยนแปลง Let's play for change


เราคือใคร

โครงการที่เราทำ

กิจกรรมสร้างสรรค์
สำหรับเด็กและเยาวชน


เรื่องเล่าของคนทำกิจกรรม


สื่อยิ้มละไม


สนับสนุนกิจกรรม


ผลิตภัณฑ์ยิ้มละไม


คุยกับเราใน Fecebook | yimlamai
Smilingbright


แผนที่กลุ่มโลกทัศน์สโมสร

 

 

                                                                                 บันทึกจาก...ข้าวเขียว

ค่ายเด็กที่แก่งกระจาน

                จำได้บ้างว่า ก่อนจะตัดสินใจกดโทรศัพท์ไปบ้านโลกทัศน์สโมสรครั้งแรก รู้สึกลังเล ไม่แน่ใจว่าอาสาสมัครพี่เลี้ยงค่ายจะต้องทำอะไรบ้าง แล้วจะบรรยากาศจะเป็นงัย จะใช้เราล้างถ้วยล้างชาม หรือทำอะไรตามตารางน่าเบื่อรีเปล่า แต่ก็เอาวะ ลองดู พอปลายเสียงตอบรับว่า สวัสดีค่ะ โลกทัศน์สโมสรค่ะ อีกชม.ต่อมา เราก็ไปนั่งล้อมวงกับเพื่อนอาสาสมัครคนอื่นๆ ( แม้จะสายสำหรับการเริ่มคุย แต่ทันเสมอกับการกินจ้ะ) ....จากวันนั้นจนวันนี้ หึๆ อย่างกะสำนวนผู้เฒ่าผู้แก่ทั้งหลายว่า แป๊บๆ ก็จะปีแล้ว ทำไม๊มันไวอย่างนี้

ที่แก่งกระจาน จะว่าไปก็เป็นค่ายแรกในชีวิตที่เข้าร่วมอย่างจริงจัง และตลอดรอดฝั่งถึงห้าคืน หกวัน ฟังดูยาวนานมาก แต่จริงๆ สองคืนแรกเข้าไปเตรียมค่าย ในฐานะพี่เลี้ยงขบวนการ ร่วมกับเพื่อนอาสาสมัครอีกเจ็ดคน ที่เคยเจอกันครั้งเดียววันประชุมเตรียมงาน ช่วงนี้เหมือนเป็นการทำความรู้จัก และปรับตัวเข้าหากันของพวกเรา (แม้จะได้ทำความรู้จัก เมาท์แตกกันตั้งแต่ก่อนขึ้นรถ   ตลอดทางกรุงเทพฯ จนลงรถหน้าที่ทำการอุทยานก็ตาม ) เราช่วยกันทำงานทุกอย่าง ตั้งแต่เตรียมสถานที่  เตรียมเนื้อหา รูปแบบกิจกรรม ฐาน เกมส์  ทำอาหาร ปัดกวาดเช็ดถู ล้างถ้วยชาม ขัดหม้อกระทะกะละมัง ช่วยกันทุกอย่าง แม้แต่ธุระหนักเบาส่วนตัว ยังช่วยกันไปถือไฟฉาย เทียนไข เป็นเพื่อนด้วย
จนแม้กระทั่งอีกสามสี่ชั่วโมงจะเช้า แล้วน้องๆ จะมาถึง เราก็ยังช่วยกันปั่นงานกันสุดกำลังขนมปังปี๊บมื้อดึก และทันทีที่ลงจากรถ พี่ๆก็ต้อนรับน้องๆ ด้วยรอยยิ้มอันแสนหวานกับตาปรือๆ ชวนฝันกันทีเดียว  

        

นอกจากความรับผิดชอบในฐานะพี่เลี้ยงกลุ่มแล้ว ยังมีกิจกรรมอื่นๆ ให้ช่วยกันทำด้วย อย่างฐานเกมส์สิ่งแวดล้อม ฐานงานฝีมือ เช่น มัดย้อม ถุงผ้า เครื่องดนตรีรีไซเคิล  พวกเราก็เลยตัดสินใจแบ่งคู่ทำงาน แต่สลับกันไปมา ฉะนั้นในทุกวันและทุกกิจกรรม เราจะได้เปลี่ยนคู่ทำงานตลอด ถึงแม้จะเสียดายอยู่นิดๆว่า พวกเราส่วนใหญ่จะเป็นหญิงก็ตาม  การเปลี่ยนคู่หูทำงาน ช่วยให้เราสนิทกันมากขึ้น แต่ก็มีข้อเสีย นอกจากจะจำไม่ได้ว่ากิจกรรมนี้ ฉานคู่ครายแล้ว ตอนทำกิจกรรมก็วุ่นวายขัดข้องบ้างถ้าต้องเปลี่ยนคู่มากกว่าสองครั้งในหนึ่งวัน

เมื่อค่ายขบวนการยิ้มละไมเริ่มต้นขึ้น นอกจากน้องๆจะตื่นเต้นกับธรรมชาติอันสวยงาม และพี่ๆหน้าตาดีแล้ว เราก็แอบตื่นเต้นด้วยเพราะว่าเราจะต้องเป็นพี่เลี้ยงน้องๆ หนึ่งกลุ่ม และจะต้องดูแลเด็กในสังกัดเจ็ดคนนี้จนจบค่าย แม้จะมีคู่หูพี่เลี้ยงอีกคนก็ตาม  หลังจากผ่านกิจกรรมต้อนรับและรู้จักกันรวมๆแล้ว ก็ถึงเวลาที่พี่และน้องกลุ่มจะได้แยกกันไปตีซี้ตีสนิทกันจริงจังซักที  ทั้งแนะนำตัวเองในชื่อธรรมชาติ  วาดรูปเพื่อน ตั้งชื่อกลุ่ม คิดคำขวัญ แต่งเพลงพร้อมท่าประกอบ เพื่อที่พวกเราทั้งเก้าคนจะได้รู้จักและ พร้อมที่จะทำกิจกรรมต่างๆ อีกมากมายด้วยกันตลอดสามวันข้างหน้า 

            

ช่วงเวลาท่ามกลางผีเสื้อเป็นร้อยๆตัวกับสีสันสดใส เสียงจิ๊บๆที่คอยปลุกเราตอนเช้า หรือ เตือนว่าถึงเวลาข้าวเย็นแล้ว เสียงสายน้ำไหลรินจากลำธารเล็กๆข้างที่พักรอเราไปเล่นด้วยทุกเช้าเย็น  ผ่านไปอย่างรวดเร็ว พวกเราเรียนรู้จากห้องเรียนธรรมชาติที่กว้างใหญ่นี้อย่างมีความสุข ได้สัมผัสต้นไม้ใหญ่ในป่าเขียวชะอุ่ม  ได้เห็นสิ่งมีชีวิตเล็กๆ อาศัยอยู่รอบๆ ตัวเรา ทั้งในต้นไม้ ในดิน และในสายน้ำ  ได้สูดลมหายใจบริสุทธิ์ สดชื่น  และในทุกวันเราได้เรียนรู้วิธีง่ายๆ ที่จะเก็บรักษาธรรมชาติที่สวยงาม และมีประโยชน์ไว้ด้วยตัวเราเอง ผ่านเกมส์ ผ่านฐานกิจกรรมที่ตะลุยกันอย่างสนุกสนาน  ที่ทำให้เราได้แลกเปลี่ยนมุมมอง ความคิด และเรียนรู้กัน และสนิทสนมกันโดยไม่รู้ตัว  จากการที่พวกเราช่วยกันคิดแก้ไขปริศนา คำถามต่างๆ  หรือแม้แต่ปัญหาเฉพาะหน้ารายชั่วโมงที่เกิดขึ้นตลอดเวลา เช่น ไฟดับ ของหาย คิดถึงบ้าน  และหลงป่า ( ไม่มีอะไรมากหรอก แค่เราพาน้องในสังกัดไปเดินเล่นนอกเส้นทางนิดหน่อยแบบไม่ตั้งใจ  ตอนลุยฐานในป่า แล้วก็แค่ไม่รู้ตัวจนมีคนมาตาม ก็เดินย้อนกลับ แล้วก็หลงอีกครั้งแค่นั้นเองจริงๆ )  สามวันแห่งเสียงตะโกนให้กำลังใจ เสียงเพลง เสียงกลอง  เสียงหัวเราะ ที่ดังสอดแทรกเสียงจากธรรมชาติรอบตัวเป็นระยะ แม้จะดังไปบ้าง แต่ก็คิดว่าพี่ๆเจ้าหน้าที่อุทยานฯใจดีที่เสมือนคุณครู และพี่เลี้ยงค่ายทั้งค่ายตัวจริง กับบรรดาสิ่งมีชีวิตอื่นๆ บริเวณนั้นก็คงยอมรับเสียงแห่งความสุขนั้นได้  อ้อ ยังมีคนใจดีอีกหนึ่งกลุ่มที่ช่วยให้ค่ายดำเนินไปอย่างราบรื่นและอิ่มท้อง ซึ่งสำคัญมากๆ  แต่น แตน แต้น...คุณครูและผู้ปกครองของน้องๆที่มาช่วยกันทำอาหาร ดูแลลูกค่ายให้อิ่มหมีพีมันมีกำลังภายในไปผจญภัยได้ ขอบคุณนะคะ

        

จะเป็นเพราะ  คำชวนสั้นๆ ว่า ลองเข้ามาคุย มาฟังก่อนก็ได้ค่ะ ที่เรารู้สึกได้ว่า คนชวนใจดี  หรือเพราะเรื่องราวในค่ายเด็กยิ้มละไม จะเป็นความประทับใจแรกที่ทำให้อยากมาบ้านโลกทัศน์อีก และหลังจากนั้นก็วนเวียนเป็นอาสาสมัครขาประจำที่ยังตามไปทำกิจกรรมต่อเนื่องกับน้องค่ายถึงโรงเรียน ตามไปทำซุ้มกิจกรรมนอกสถานที่ หรือไปสิงสถิตที่นั่นบ่อยๆ เพราะความถูกคอ ถูกใจ ถูกกลิ่นกับคนในบ้านจะเป็นแรงดึงดูด แต่ก็มีสิ่งจูงใจแฝง ที่คิดได้หลังจากนึกย้อนกลับไป 
หลายครั้งที่ผ่านมา ก่อนเราจะเริ่มทำอะไรใหม่ๆ  เราจะคิดสารพัดอุปสรรค หลากข้อแม้ โอ๊ย ทำไม่ได้หรอก ไม่เคยทำ เดี๋ยวผิด เดี๋ยวพลาด เดี๋ยวเดือดร้อน เดี๋ยวโดนด่า ไม่เอาหรอก
แต่กับที่นี่เราได้เรียนรู้สิ่งต่างๆ จากการลงมือทำด้วยตัวเอง  ได้ลอง ย้อมผ้า สกรีนผ้า ทำสบู่ แชมพูจากผลิตภัณฑ์ธรรมชาติ  ทำเครื่องดนตรีจากขยะ   การเตรียมงานกิจกรรมต่างๆ  แต่ก็ไม่ใช่ว่า ตอนนี้เราเดินหน้าได้โดยไม่ลังเล หรือมีข้อแม้เลย  ยังมีอยู่ แต่น้อยลง แล้วก็ไม่คิดว่าจะหมดไปด้วย เพียงแต่เรียนรู้ว่าความผิดพลาดไม่ใช่เรื่องราวใหญ่โต สำคัญคือ การเรียนรู้แล้วก็มีโอกาสให้ลองทำใหม่ ด้วยคำปรึกษาดีๆ กำลังใจดีๆ  แล้วความไม่มั่นใจเล็กๆ ในการเริ่มต้น ก็เป็นแรงจูงใจให้เราเดินหน้าได้เหมือนกัน
การเป็นผู้รับก็เป็นส่วนหนึ่ง เราก็เป็นผู้ให้ด้วยนะ เราให้ทักษะวาดรูป ระบายสีเลอะเทอะ เราให้บ่าอันบึกบึน ขาที่มั่นคง เวลาขนของ เราให้เสียงแหลมปรี้ด กับจังหวะผิดๆในการเคาะตอนเล่นดนตรี เราให้โลกในมุมมองของเราเวลาพี่ๆหลงผิดมาฟัง เราให้เสียงหัวเราะกับเด็กๆ ที่มาทำกิจกรรมกับเรา เราให้ข้อมูลเล็กน้อย ให้คำปรึกษานิดหน่อยกับพี่ๆ น้องๆ เพื่อนๆ อาสาสมัคร ด้วย ทั้งหมดแค่นี้แหละ ที่ทำให้มีคำว่า ต่อมา ต่อมา และต่อมา และต่อไป กับบ้านเล็กๆหลังนี้

จากเม็ดเล็กๆ กะจิดจ้อย
พอใจฝังตัวในผืนดินอุ่น
มีดินอร่อย น้ำใสๆ  คอยหล่อเลี้ยง
และแล้ววันหนึ่ง เมื่อเติบใหญ่ตามกาลเวลา
ก็พบว่า โลกนั้นแสนกว้างใหญ่
รอบตัวมีเพื่อนๆ มีชีวิตอื่นๆ ให้รู้จัก
มีทั้งเหมือน และต่าง หลากหลาย
สูงขึ้นไป บนฟ้า ก็มากมาย
มีทั้งทุกข์ และสุข ปะปนกัน
ยิ่งนานวันยิ่งสูง ยิ่งแข็งแรง
ต้นตระหง่าน แผ่กิ่งกว้างแตกก้านใบ
ที่เคยรับ แปรเป็นบ้านให้อาศัย
ได้แบ่งรัก ปันชีวิต เพื่อผู้อื่นคืนกลับไป
เป็นต้นไม้แห่งความรัก ของทุกตัวตน

 

                          

 

ติดต่อเรา
โลกทัศน์สโมสร 21/63 หมู่บ้านธนินทร2 ถ.วิภาวดีรังสิต แขวงสีกัน เขตดอนเมือง กรุงเทพฯ 10210 โทรศัพท์ 02-536-2021 , 089-777-0213 ,089-488-6629 e-mail : jittra_sow@hotmail.com